โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 98 เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งน่าน (โครงการเรียนรู้ถิ่นแผ่นดินเกิด จังหวัดน่าน)
เมื่อวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 คณะครูและนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 98 อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน จำนวน 38 คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งน่าน สถานีวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีผาสิงห์ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ภายใต้โครงการเรียนรู้ถิ่นแผ่นดินเกิด จังหวัดน่าน หลักสูตรที่ 8 ธรรมชาติวิทยา โดยมีนายชาญชัย ทะนิต๊ะ รองหัวหน้ากลุ่มงานจัดการพื้นที่น่าน กล่าวต้อนรับ
ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค ได้นำนักเรียนศึกษาเรียนรู้พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งน่าน และร่วมทำกิจกรรมการมัดย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ผลงานสีและลวดลายลงบนผ้าฝ้ายด้วยน้ำคราม ซึ่งเป็นสีธรรมชาติที่ได้จากต้นคราม การเรียนรู้กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการจุดประกายให้นักเรียนเห็นว่าสามารถนำสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรามาสร้างผลงานและต่อยอดอาชีพได้
“ต้นคราม” คราม ชื่อวิทยาศาสตร์: Indigofera tinctoria อยู่ในวงศ์ Leguminosae เป็นไม้พื้นเมืองในเอเชีย ต้นคราม จัดเป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านสาขามาก บ้างว่าแตกกิ่งก้านน้อย มีความสูงของต้นประมาณ 4-6 ฟุต หรือสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นมีลักษณะกลมสีเขียว มักพาดเกาะตามสิ่งที่อยู่ใกล้กับลำต้น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด โดยเป็นพรรณไม้ที่ชอบแสงแดด ทนทานต่ออากาศร้อน ฝน และดินเค็มได้ดี พบขึ้นได้ตามป่าโปร่งทางภาคอีสานและทางภาคเหนือจะนิยมปลูกต้นครามไว้เพื่อใช้สำหรับทำสีย้อมผ้า และมักขึ้นเป็นวัชพืชทั่วไปตามสวน
ใบคราม ใบมีลักษณะคล้ายกับใบก้างปลาแต่จะมีขนาดเล็กกว่า โดยใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับกัน ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปวงรีแกมรูปขอบขนาน หรือเป็นรูปไข่กลับ ปลายใบมน โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 0.8-1 เซนติเมตรและยาวประมาณ 1.5-3.5 เซนติเมตร แผ่นใบสีเขียวมีลักษณะบาง
ดอกคราม ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ ช่อดอกยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ดอกย่อยมีลักษณะเป็นรูปดอกถั่ว กลีบดอกเป็นสีม่วงแกมสีน้ำตาลหรือเป็นสีชมพูและเป็นสีเขียวอ่อนแกม ผลคราม ผลมีลักษณะเป็นฝักกลมขนาดเล็ก ยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร โดยออกเป็นกระจุก ฝักมีลักษณะคล้ายฝักถั่ว ภายในฝักมีเมล็ดสีครีมอมสีเหลืองขนาดเล็ก








